“ไหนว่าหิวแล้วไงคะ ทำไมไม่ค่อยทานเลยล่ะ” อาจารย์สาวส่งรอยยิ้มให้คนสายตาเหม่อลอยฝั่งตรงข้าม “คะ? พี่ตาลว่าอะไรนะ” ใหม่สะดุ้งรีบถามกลับพร้อมยิ้มเก้อๆ “เหม่ออะไรอยู่เหรอ พี่ถามว่าไหนบอกว่าหิวแล้วทำไมไม่เห็นค่อยทานอะไรเลย” น้ำตาลทวนประโยคเดิมอีกครั้ง “อืมค่ะ หิวค่ะ” ใหม่ยังพยายามซ่อนสีหน้า เธอจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน กับความรู้สึกอัดอั้นที่อยู่ในใจ คนตรงหน้านี่ไม่ใช่เหรอคือคนที่เธอเฝ้าคิดถึงเฝ้ารอเฝ้ารักมาตลอด แล้วทำไมตอนนี้เธอกลับเอาแต่คิดถึงใครอีกคน ทำไมกัน คำถามที่เจ้าตัวก็รู้คำตอบภายในใจแล้วแท้ๆ แต่ก็ใจเจ้ากรรมอีกนั่นแหละที่เอาแต่เล่นตลกกับใจของเธอเอง เธอจะทำอย่างไรดี กับความรู้สึกนี้
ใหม่แอบถอนหายใจเบาๆอีกครั้ง พร้อมรีบลงมือทานอาหารที่อาจารย์สาวสั่งมามากมาย แต่ละอย่างล้วนแต่เป็นของโปรดเธอทั้งนั้น
“จะผิดไหมนะ ถ้าซักวันเธอจะบอกคนตรงหน้าว่า..ความรู้สึกของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว..มันจะผิดมากซักแค่ไหนกันนะ”
“ใหม่ ใหม่ ไอ้ใหม่” ดาวมหาลัยคนสวยเสียงดังขึ้นเมื่อดูเหมือนเพื่อนซี้ของเธอยังจะเอาแต่เหม่อไม่ยอมเลิก “อะไรของแก เรียกซะเสียงดังเบาๆก็ได้”
“อ๋อเหรอ เบาๆเหรอฉันเรียกแกกี่ตลบแล้ว เอาแต่เหม่ออยู่นั่นแหละ”น้ำผึ้งมองค้อน
“อือ แล้วมีอะไรล่ะเรียกทำไม” ใหม่รีบเปลี่ยนเรื่องแล้วถามแทนเพราะเธอเองก็ไม่อยากให้น้ำผึ้งถามถึงเรื่องที่เธอมักจะเอาแต่เหม่ออยู่บ่อยๆ “พรุ่งนี้..แกรู้ใช่ไหมว่าวันอะไร” น้ำผึ้งเปรยถาม
“อือ รู้สิ พรุ่งนี้ก็วันศุกร์ไง” ใหม่ตอบโดยไม่ได้สนใจมากนักเจ้าตัวเพียงแค่แอบเหลือบมองปฎิทินที่อยู่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือ
“โอ้ย!!เจ็บนะ”และนั่นคงจะเป็นคำตอบที่ผิดสำหรับน้ำผึ้ง หมองอิงใบเหมาะมือที่อยู่บนโซฟาสีครีมถึงได้บินร่อนโดนศีรษะของเธอเข้าอย่างจัง “อะไรของแกเนี่ยก็พรุ่งนี้วันศุกร์ไง ทำไมเหรอ” ใหม่ลูบศีรษะของตัวเองป้อยๆ พอหันมามองก็เจอกับใบหน้าแยกเขี้ยวของเพื่อนซี้แทนเสียนี่เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับชะงัก น้ำผึ้งมองค้อนประหลับประเหลือกอีกสองตลบ เธอจึงอดไม่ด้ที่จะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนซี้ “เอ่อ ฉันไม่ลืมหรอกน่า วันเกิดแกน่ะ เคยลืมซักปีไม๊ล่ะ ห๋า” ใหม่ก้มลงหยิบหมอนอิงที่หล่นอยู่ข้างๆหลังจากเป็นต้นตอสร้างความเจ็บปวดที่ศีรษะของเธอวางลงที่เดิมข้างๆน้ำผึ้งนั่นเอง “นึกว่าลืม” น้ำผึ้งว่างอนๆ “แล้วทำไมล่ะ อยู่ๆมาถามทำไมแกก็รู้ว่าฉันไม่เคยลืมอยู่แล้วนี่ อีกอย่างแกก็ไม่เคยถาม แล้วปีนี้ทำไมอยู่ๆถึงถามล่ะ”
“แกว่าพลอยจะรู้ไหม ไม่สิ แกว่าพลอยจะจำได้ไหวว่าเป็นวันเกิดชั้น ปีสองช่วงนี้งานหนักด้วยสิ แล้วถ้ายัยนั่นลืมฉันจะทำไงดีล่ะ ฉันจะบอกตรงๆ หรือจะบอกใบ้ หรือจะทำยังไงให้ยัยนั่นจำได้ดีนะแก” น้ำผึ้งดูกระวนกระวายและเป็นกังวล กังวลจนเกิดเหตุ ทำเอาใหม่ถึงกับกลั่นหัวเราะไม่ได้ที่เห็นอาการของเพื่อนรัก ไม่น่าเชื่อว่าความรักจะทำให้เพื่อนของเธอเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ “โอ้ย ใจเย็นๆก่อนสิแกจะตีโพยตีพายให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ แล้วแกรู้ได้ไงว่าน้องพลอยจะจำไม่ได้น่ะ เด็กคนนั้นมีอะไรเกี่ยวกับแกที่เค้าจะไม่รู้หรือจำไม่ได้บ้างน่ะ เคยมีซักครั้งมั้ย”
“ไม่รู้สิ ก็ฉัน ...เฮ้อ...”น้ำผึ้งถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมตีสีหน้าเหมือนเด็กตัวน้อยโดนแย่งขนมอีกแล้ว จนเพื่อนซี้อดสงสารบวกรำคาญไม่ได้ เจ้าตัวจึงอาสาจะไปแอบสืบมาให้ว่า พลอยชมพูจะจำวันเกิดของเพื่อนซี้ของเธอได้หรอเปล่า
“น็อคๆ”เจ้าตัวยิ้มกว้างและนึกขำสีหน้าของน้ำผึ้งที่เธอได้เห็นไม่ได้ขณะที่เธอกำลังเคาะประตูห้องของพลอยชมพู
“คะ?”
“เอ่อ..พลอยอยู่มั้ย” ต่างฝ่ายต่างไม่คาดคิดว่าคนที่จะได้เจอจะเป็นคนที่ตัวเองเป็นกังวลมาตลอด ใหม่พยายามตีสีหน้าเรียบเฉยไม่คิดว่าแอ๋มจะเป็นคนเปิดประตูห้อง และแอ๋มเองก็ไม่คิดว่าแขกผู้มาเยือนจะเป็นคนที่ทำให้เธอวุ่นวายหัวใจมาตลอดหลายสัปดาห์เช่นเดียวกัน “เดียวมา”แอ๋มตอบห้วนๆ “เดียวพี่ค่อยมาใหม่แล้วกัน”สาวหมวยนิ่งไปซักพักถึงรู้ว่าตัวเองต้องพูดอะไรซักอย่างไม่อย่างนั้นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูอาจจะขอเข้ามารอภายในห้องก็ได้ ซึ่งมันคงจะน่าอึดอัดอยู่ไม่น้อยหากต้องอยู่กันตามลำพัง “นานไม๊กว่าจะกลับ” ใหม่ใช้มือค้ำประตูไว้ขณะที่อีกคนกำลังจะปิด “ไม่รู้ ซักพักมั้ง”แอ๋มยังคงตอบห้วนๆเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรซักอย่างอยู่ “ขอเข้าไปรอในห้องได้มั้ย”ใหม่ลองถาม “ไม่ได้” แอ๋มฟึดฟัด ยิ่งเห็นสีหน้ากวนๆที่ใหม่มักชอบทำใส่เธอด้วยแล้วนั้น ยิ่งทำให้ความหงุดหงิดของเธอเพิ่มดีกรีปี๊ดแตกขึ้นอีกไม่น้อย
“ทำไมล่ะ”ใหม่ยังคงถามต่อไป “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ พี่จะซักไซอะไรมากมาย”แอ๋มมองค้อนและยังคงพยายามจะดันประตูให้ได้ โดยใหม่เองก็ยังไม่ยอมง่ายๆ “เอามือออกสิ ก็บอกว่าเดียวค่อยมาใหม่ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง” แอ๋มโวยวายและโถมแรงของตัวเองทั้งตัวพยายามจะปิดประตูให้ได้ “เธอนั่นแหละพูดไม่รู้เรื่องก็บอกว่าขอเข้าไปรอในห้อง ไม่ได้หรือไง”ใหม่เองก็เถียงตะโกนกลับไปและยันตัวดันฝืนไว้ “ไม่ได้”แอ๋มตะโกนกลับ “เปิดนะ” ใหม่เถียงกลับ และในที่สุด....
“โอ้ย” เสียงร้องดังลั่นแสดงถึงความเจ็บปวดของใครซักคนก็ดังขึ้น “ไม่ต้องมาแกล้งเลยนะ” แต่ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่เชื่อในภาพที่เห็นเท่าไรนัก จนเมื่อ หยดเลือดสีแดงเล็กๆหยดลงพื้นนั่นแหละเจ้าตัวถึงจะรู้ว่าคนที่ นั่งตัวงอกุมมือของตัวเองแน่นนั้นไม่ได้แกล้ง “พี่..เป็นอะไรมากมั้ย” แอ๋มรีบถามด้วยความตกใจ “เธอคิดว่าไงล่ะ” เจ้าตัวตอบกลับไปด้วยใบหน้าเหยเก “ขอแอ๋มดูแผลหน่อย” สาวหมวยลืมเรื่องบาดหมางที่ทะเลาะกันเสียสนิท เธอรีบปรี่เข้าไปประคองคนที่ยืนโซเซทันทีด้วยความเป็นห่วงให้เข้ามานั่งพักภายในห้องก่อน ใหม่ยังกุมมือข้างที่เจ็บไว้แน่น ดวงของเธอช่วงนี้ดูท่าจะดีเหลือเกิน ป่วยเป็นโน้นนนี่สารพัดแถมยังหาเรื่องเจ็บตัวใส่ตัวเองได้อีกต่างหาก แถมทุกครั้งที่เกิดเรื่องมักจะต้องเกี่ยวพันกับสาวหมวยคนนี้ได้ทุกครั้งไป “ตัวซวยชัดๆ” ใหม่พึมพำ
ตอนนี้ความชาเริ่มจางหายเหลือแต่ความเจ็บและปวดแปล๊บเข้ามาแทนที่ “ขอแอ๋มดูแผลซิ” สาวหมวยที่รื้อค้นหากล่องปฐมพยาบาลอยู่นานจนเจอในที่สุด แต่เจ้าตัวคนไข้กับเบี่ยงตัวหลบพร้อมส่ายหน้าเป็นพัลวัน “อะไรของพี่เนี่ย แอ๋มจะทำแผลให้” สาวหมวยเบ้หน้าชักเริ่มหงุดหงิดกับพฤติกรรมของคนข้างๆแล้วสิ “มะ..ไม่เป็นไรแผลนิดเดียวเอง” ใหม่กัดฟันพูด ขืนให้สาวหมวยรู้ว่าเธอเป็นพวกเห็นเลือดไม่ได้นั้นมีหวังขายหน้าไปถึงไหนๆแน่นๆ เธอจึงฝืนสุดฤทธิ์ไม่ยอมคลายมืออีกข้างที่กุมบาดแผลไว้ออก “อย่าดื้อได้มั้ยเนี่ยเดียวแผลก็ติดเชื้อหรอก”แอ๋มตวาดเมื่อใหม่ยังคงดื้อดึง
มานี่”แอ๋มตวาดแล้วดึงข้อมือของข้างที่เป็นแผลได้ในที่สุด ใหม่หลับตาปี๋ขืนเธอเห็นเลือดสดๆที่หยดติ๋งๆ ได้เป็นลมล้มพับไปแน่ๆ เธอจึงทำได้เพียงแค่ เบนหน้าหน้าหนีพร้อมกับตาปี๋ “แผลขนาดนี้ทนได้ยังไงเนี่ย” เมื่อแอ๋มเห็นบาดแผลที่โดนประตูหนีบเหวอะเอาการก็ถึงกับเบ้หน้า “อยู่เฉยๆได้มั้ย” ใหม่พยายามจะชักมือของตัวเองคืน แต่ก็ถูกมือเล็กๆของแอ๋มกระชากรั้งไว้ให้อยู่เฉยๆ “อยู่นิ่งๆ ล้างแผลก่อน”
“แสบมั้ย” สาวหมวยถามขณะก้มหน้ากำลังบรรจงทาน้ำยาล้างแผลรอบๆปากแผลอย่างเบามือ “ อือๆ” คนไข้กลับไม่ตอบอะไรได้แต่หลับตาปี๋แล้วส่ายหน้าลูกเดียว “ไม่แสบสินะ”แอ๋มกลับคิดว่าอาการแบบนั้นเจ้าตัวคงไม่แสบเธอจึงไม่รีรอเทแอลกอฮอล์ลงบนบาดแผลสดๆทันที
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ยัยบ้าทำอะไรของเธอเนี่ย” เท่านั้นแหละอาการกลัวเลือดหายเป็นปลิดทิ้งคนไข้จอมกวน รีบผุดลุกกระทืบเท้าปึงปังพร้อมสะบัดมือด้วยความแสบร้อยเจ็บจี๊ด น้ำตา...แห่งความเจ็บปวด(เนื่องจากแสบแผล)ไหลเป็นทางยาว พร้อมใบหน้าเหยเก “เอ้าก็ไหนบอกไม่แสบไง” แอ๋มยืนงง ไม่ได้รับรู้เลยมั้งน่ะว่าเจ้าตัวคนไข้นั้นหมายถึงอะไรในคำตอบ ใหม่เตรียมอ้าปากจะด่ากราดสาวหมวยเสียให้เข็ดแต่เมื่อเห็นสำลีที่ชุ่มไปด้วยเลือดที่อยู่บนโต๊ะเท่านั้น...สติสัมปชัญญะของเจ้าตัวก็หลุดลอยออกจากร่างแทบจะในทันใด กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว ทันทีที่สะดุ้งตื่น ใหม่ยังคงเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่เมื่อมองที่มือตัวเองก็พบว่าบาดแผลได้ถูกปฐมพยาบาลอย่างดีแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอค่ะพี่ใหม่” พลอยชมพูยิ้มหวานพร้อมทักทายคนที่นอนอยู่บนเตียง “พลอย..เอ่อ กลับมาแล้วเหรอ”ใหม่ลุกขึ้นนั่งแต่สายตาก็มองหาสาวหมวยไปด้วย “ค่ะ แอ๋มว่าอยู่ๆพี่ใหม่ก็เป็นลมไป เป็นอะไรมากหรือเปล่าค่ะ” พลอยชมพูรินน้ำใส่แก้วพร้อมยื่นให้ “ปะ..เปล่าพี่ไม่เป็นอะไรหรอก เอ่อ แล้วแอ๋มไปไหนล่ะ” เธอรีบถามถึง “อ้อ เห็นว่ารุ่นน้องโทรมา เพิ่งจะออกไปเมื่อกี้เองค่ะ”
“รุ่นน้อง? ป็อกหรือเปล่า” ใหม่เจื่อนสีหน้า รู้สึกขัดใจหงุดหงิดขึ้นมาเสียดื้อๆ “อือใช่ค่ะ พี่ใหม่รู้ได้ยังไงเนี่ย” พลอยชมพูเอ่ยด้วยความทึ่ง “พี่กลับก่อนนะ มึนหัวยังไงก็ไม่รู้” อารมณ์หงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขืนเธอยังอยู่ต่ออาจจะพาลใส่หวานใจของเพื่อนรักก็เป็นได้ เธอจึงรีบขอตัวกลับก่อนที่พลอยชมพูจะสงสัยหรือเธออาจจะทำพฤติกรรมแย่ๆออกไปก่อนก็ได้ “เดียวค่ะพี่ เห็นแอ๋มบอกว่าพี่มาหาพลอยมีอะไรหรือเปล่าค่ะ” พลอยชมพูเอ่ยขึ้นขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้อง
“อ้อ น้องพลอยรู้ใช่มั้ยพรุ่งนี้วันอะไร” พลอยชมพูไม่ตอบแต่อมยิ้มพร้อมพยักหน้าให้ใหม่ได้รับรู้ว่าเธอไม่มีทางลืมวันสำคัญของคนที่สำคัญแน่นอน
ใหม่ลูบหัวพลอยชมพูเบาๆแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องไป “อ๋อเดียวคะพี่ใหม่ อืม นี่ๆแล้วก็นี่”พลอยชมพูหยิบบางอย่างใส่มือเธอ ใหม่ทำหน้างงๆแต่ก็รับไว้แล้วออกจากห้องไป
เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความรู้สึกที่สุดจะคาดเดา ใหม่โยนถุงก็อบแก็บที่พลอยชมพูหยิบให้ลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เธอนอนพลิกตัวอยู่บนโซฟาคิดถึงแต่เรื่องของสาวหมวยแล้วก็ถอนหายใจ ทำไมเธอถึงได้หงุดหงิดไม่สบายใจไม่สบอารมณ์ได้ถึงขนาดนี้ เธอเอื้อมมือไปหยิบถุงที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูว่ามีอะไรอยู่ภายใน
ในถุงมีซองยาอยู่สองสามซอง เธอพลิกดูก็พบว่าเป็นยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด “น่ารักจริงๆนะน้องพลอย” เธออมยิ้มนึกขอบคุณในความห่วงใยของพลอยชมพู พลางนึกเคืองถึงคนที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว แต่เมื่อมองดีๆเธอก็พบว่าในถุงนั้นยังมีอะไรนอกจากซองยาอยู่อีก กระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆถูกพับอยู่ก้นถุง เธอจึงหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นกระดาษอะไร
“ทานอย่างละเม็ด สามเวลาหลังอาหาร ถ้ายังไม่หายปวดก็ก่อนนอนอีกเม็ด
ปล.คนอะไรเห็นเลือดแล้วเป็นลม ใจเสาะชะมัด” ลายมือหวัดๆห้วนๆแถมถ้อยคำแอบกัดท้ายประโยคจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากศัตรูคู่อาฆาตของเธอนั่นเอง
ความรักมันช่างแปลกนัก เพียงเท่านี้ ความหงุดหงิดที่เคยมีกลับค่อยๆทุเลาลงอย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าตัวเอาแต่อ่านถ้อยคำในโน้ตนั้นซ้ำไปซ้ำมาพร้อมรอยยิ้ม